จากสถานการณ์ฝนตกหนักสะสมในกรุงเทพมหานครจนเกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ ผู้ประกอบการ SME แต่ละกลุ่มธุรกิจต่างได้รับผลกระทบในมิติที่แตกต่างกันออกไป บทความนี้ได้รวบรวมแนวทางปฏิบัติและข้อแนะนำเชิงรุกสำหรับ 5 กลุ่มธุรกิจ SME เพื่อให้สามารถปรับตัว ลดความเสียหาย และประคองธุรกิจให้เดินหน้าต่อได้ในภาวะวิกฤต
1. กลุ่มธุรกิจร้านอาหาร คาเฟ่ และบริการหน้าร้าน
ธุรกิจที่มีหน้าร้านจะได้รับผลกระทบตรงจากการที่ลูกค้าลดการเดินทาง และความเสี่ยงวัตถุดิบเน่าเสีย
ข้อแนะนำการรับมือ
ยกของขึ้นที่สูงและตัดระบบไฟฟ้า: ตรวจสอบปลั๊กไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าชั้นล่าง หากมีน้ำขังใกล้ระดับปลั๊ก ให้สับคัทเอาท์เฉพาะจุดทันทีเพื่อป้องกันไฟรั่ว
ปรับแผนสต็อกวัตถุดิบ: ลดการสั่งซื้อวัตถุดิบสดแบบรายวันลง 30–50% เพื่อป้องกันสินค้าเน่าเสีย เน้นขายเมนูที่ใช้วัตถุดิบแห้งหรือแช่แข็งที่เก็บได้นาน
รุกตลาดสั่งกลับบ้าน (Takeaway) และจัดส่งเอง: หากระบบเดลิเวอรีหลักเข้าไม่ถึง ให้พิจารณาเปิดจุดรับสินค้า (Pick-up point) ในจุดที่น้ำไม่ท่วม หรือจัดตั้งทีมส่งสินค้าประจำซอย/พื้นที่ใกล้เคียงด้วยยานพาหนะที่ลุยน้ำได้
จัดโปรโมชันสู้ฝน: กระตุ้นยอดขายด้วยส่วนลดค่าจัดส่ง หรือทำสินค้าประเภท “ชุดเสบียงพร้อมทาน” สำหรับลูกค้ารอบข้างที่ออกไปไหนไม่ได้
2. กลุ่มธุรกิจคลังสินค้า การขนส่ง และโลจิสติกส์
หัวใจของธุรกิจนี้คือสินค้าและการเดินทาง หากเส้นทางอัมพาตหรือคลังสินค้าท่วม ความเสียหายจะสูงมาก
ข้อแนะนำการรับมือ
เช็กประกันภัยขนส่งสินค้า: ตรวจสอบเงื่อนไขกรมธรรม์ว่าครอบคลุมความเสียหายจากน้ำท่วมระหว่างการจัดส่ง (In-transit Flooding) หรือไม่ เพื่อเตรียมเอกสารเคลมได้ทันท่วงที
ย้ายสินค้าขึ้นชั้นวางสูง (Pallet Layering): เคลียร์พื้นที่พื้นคลังสินค้าทั้งหมด และยกสินค้าขึ้นชั้นวางที่สูงจากพื้นอย่างน้อย 50–80 เซนติเมตร โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และกระดาษ
วางระบบเส้นทางสำรอง (Rerouting): ใช้แอปพลิเคชันจราจรและข้อมูลการแจ้งเตือนน้ำท่วมแบบ Real-time เพื่อวางเส้นทางเลี่ยงจุดวิกฤต เช่น ห้าแยกลาดพร้าว วิภาวดีรังสิต หรือรามคำแหง
สื่อสารความล่าช้าล่วงหน้า: แจ้งลูกค้าหรือผู้รับปลายทางทันทีผ่านข้อความอัตโนมัติ (Automated SMS/Email) เพื่อสร้างความเข้าใจและลดการร้องเรียนเรื่องการส่งล่าช้า
3. กลุ่มธุรกิจซื้อมาขายไป (Trading) และออฟฟิศออนไลน์
กลุ่มนี้แม้อาจไม่มีหน้าร้าน แต่มีปัญหาเรื่องการทำงานของทีมงานและการแพ็กส่งสินค้า
ข้อแนะนำการรับมือ
- ประกาศ Work from Home 100%: สั่งการให้ทีมฝ่ายขาย การตลาด และบริการลูกค้า ทำงานผ่านระบบ Cloud หรือแอปพลิเคชันสื่อสารในองค์กร เพื่อความปลอดภัยของพนักงาน
- กระจายคลังแพ็กสินค้าชั่วคราว: หากคลังหลักอยู่ในพื้นที่เสี่ยงท่วม ให้แบ่งสต็อกสินค้าขายดี (Top Sellers) ไปฝากไว้ที่คลังสินค้าสับเปลี่ยน (Micro-fulfillment) หรือบ้านของทีมงานในจุดที่เดินทางสะดวก
- ขยายระยะเวลาจัดส่งสินค้า (Pre-order / Extended Lead Time): ปรับตั้งค่าในระบบ Marketplace (Shopee, Lazada, TikTok Shop) เพิ่มระยะเวลาการเตรียมจัดส่ง เพื่อป้องกันไม่ให้ร้านค้าถูกหักคะแนนจากระบบเนื่องจากส่งสินค้าล่าช้
4. กลุ่มโรงงานขนาดเล็กและธุรกิจการผลิต (SME Manufacturing)
การหยุดชะงักของเครื่องจักรและความเสียหายของวัตถุดิบคือความเสี่ยงสูงสุดของโรงงาน
ข้อแนะนำการรับมือ
- ติดตั้งระบบกั้นน้ำและเครื่องสูบน้ำสำรอง: ติดตั้งไดโว่ (เครื่องสูบน้ำแช่) พร้อมเตรียมน้ำมันสำรอง และกั้นกระสอบทรายหรือแผง Boxwall บริเวณทางเข้า-ออกของโรงงานและคลังวัตถุดิบ
- ยกเครื่องจักรและตู้ควบคุมไฟฟ้า: ยกตู้ควบคุมระบบไฟฟ้า (Control Panel) และมอเตอร์เครื่องจักรให้อยู่เหนือระดับน้ำที่คาดว่าจะท่วมถึง
- วางแผนกะการทำงาน (Shift Adjustment): ปรับกะการทำงานให้สอดคล้องกับช่วงเวลาที่น้ำลด หรือจัดที่พักชั่วคราวภายในโรงงานสำหรับพนักงานกะสำคัญที่มีความจำเป็นต้องควบคุมเครื่องจักร
- สำรองวัตถุดิบสำคัญ: ตรวจสอบวัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูป หากซัพพลายเออร์ส่งไม่ได้ ต้องหาซัพพลายเออร์สำรองในพื้นที่ใกล้เคียงทันที
5. กลุ่มธุรกิจบริการ บุคคล และออฟฟิศสำนักงาน
กลุ่มธุรกิจคอนซัลติ้ง เอเจนซี หรือบริการเฉพาะทางที่เน้นการใช้คนและสถานที่ทำงาน
ข้อแนะนำการรับมือ
การลดหย่อนภาษี: รวบรวมใบเสร็จและภาพถ่ายความเสียหายของทรัพย์สิน เพื่อใช้อ้างอิงในการบันทึกขาดทุนและใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีประจำปี
ใช้เทคโนโลยีประสานงานเต็มรูปแบบ: สลับมาประชุมผ่าน Zoom/Teams และใช้นโยบาย Flexi-hours เพื่อให้พนักงานจัดการเรื่องส่วนตัวหรือการเดินทางได้อย่างยืดหยุ่น
ย้ายข้อมูลขึ้นระบบ Cloud: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเอกสารและข้อมูลสำคัญถูกสำรองไว้บน Cloud Storage (Google Drive, OneDrive) เพื่อให้ทำงานได้ต่อเนื่องแม้เข้าออฟฟิศไม่ได้
ตรวจสอบสิทธิประโยชน์ทางกฎหมายและภาษี:
ประกันสังคม ม.33: หากต้องหยุดกิจการชั่วคราวจากภัยธรรมชาติ พนักงานสามารถยื่นรับเงินทดแทนเหตุสุดวิสัย 50% ได้
สรุป checklist ฉุกเฉินสำหรับ SME ทุกประเภท
- สำรวจความเสียหายและถ่ายรูปเก็บหลักฐาน: ถ่ายภาพมุมกว้างและจุดเสียหายโดยละเอียดเพื่อใช้เคลมประกัน
- ตั้งกลุ่มสื่อสารฉุกเฉิน: มีช่องทางติดต่อพนักงานทุกคนที่อัปเดตได้ตลอด 24 ชั่วโมง
- ตรวจสอบกรมธรรม์ประกันภัย: เช็กกรมธรรม์อัคคีภัย/ภัยธรรมชาติว่าครอบคลุม “น้ำท่วม” หรือไม่
- บริหารกระแสเงินสด (Cash Flow): ชะลอการรายจ่ายที่ไม่จำเป็น และติดต่อสถาบันการเงินเพื่อขอรับมาตรการพักชำระหนี้หรือมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติ





